FO3P.NET : บ้านสามจังหวัด


หน้าแรก arrow บอกผ่านกาลเวลา arrow  เรื่องราวแต่ก่อนเก่าที่เขาเล่าให้ฟัง(ตอนจบ)
09 ก.ย. 2010 13:55น.
หน้าแรก
ทรรศนะ
ปฏิวัติบนสายรุ้ง
จากน้ำจวงถึงวัดสามแสงธรรม
ผู้อาวุโสเบิกบาน
บอกผ่านกาลเวลา
บ้านเมือง
บันเทิง
งานร้อยดวงจิต 53
เมนู อื่นๆ
แนะนำวิธีสมัครสมาชิก
ส่งข่าวสารถึงผู้ดูแลเว็บไซต์
ขอคำแนะนำจากทุกท่าน
โฟโต้ แกลเลอรี
โครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์
โครงการวัดสามแสงธรรม
ใส่ใจปัญหาสุขภาพ
งานร้อยดวงจิต ๒๕๕๑
งานร้อยดวงจิต ๒๕๕๒
แลไปข้างหน้า
ข่าวจากกรรมการกลุ่มเพื่อนฯ
แจ้งข่าวด่วน ข่าวเฉพาะกิจ
บันทึกของคนผ่านทาง
สวัสดีปีใหม่ 53
กวีกระ-วาด
เรื่องราวแต่ก่อนเก่าที่เขาเล่าให้ฟัง(ตอนจบ)
เขียนโดย sutha   
06 ก.ค. 2010 11:58น.

                          เรื่องราวแต่ก่อนเก่าที่เขาเล่าให้ฟัง(ตอนจบ)

         

เลยผ่านกาลเวลากว่าสามสิบปี  สิ่งที่เคยคลุมเครือกำลังจะถูกคลี่คลายออกมาImage

          อ่าวชาติตระการ  สถานที่ที่ผมกำลังจะกล่าวถึง  ทับสี่เป็นเทือกเขาคู่ขนานกับฐานที่มั่น 573  เป็นเทือกเขาของรอยต่อระหว่าง พิษณุโลกกับอุตรดิตถ์  ร่องอ่าวของสองเทือกเขายาวประมาณหนึ่งร้อยกิโลเมตร  ห้วยน้ำหลายสายจากสองเทือกภู  บรรจบรวมเป็นลำธารไหลผ่านช่องอ่าวตลอดทั้งปี  มีผู้อยู่อาศัยเรียงรายตามสายธาร  ตั้งแต่ส่วนลึกสุดถึงปากอ่าวราวๆ สิบหมู่บ้านเห็นจะได้  ย้อนไปกว่าสามสิบปีที่แล้ว  อ่าวนี้ยังมีสภาพเป็นบ้านป่า  การคมนาคมเป็นแค่ถนนทางเกวียน  รถยนต์วิ่งได้เฉพาะฤดูแล้ง  แต่ก็ยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก  และหากมีฝนชะดอกมะม่วงโปรยปรายลงมา  ฝุ่นดินหนาบนผิวถนนก็จะกลายเป็นเลน  รถยนต์เป็นอันหมดประโยชน์โดยปริยาย

          พ.ค.ท. เคยส่งผู้ปฏิบัติงานมาสำรวจฝากฝั่งทับสี่ตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา  และนั่นเป็นสาเหตุให้รัฐบาลส่งกองกำลังมาตั้งค่ายตามรายทางเพียงบางหมู่บ้าน  ในครั้งนั้นฝ่ายคอมมิวนิสต์แค่มาสำรวจสภาพทั่วไป  แต่ยังมิอาจเคลื่อนไหวต่อ  จนกระทั่งหลังเหตุการณ์สังหารโหด 6 ตุลา  นักศึกษาประชาชนหลั่งไหลเข้าป่า  คราวนี้ พ.ค.ท. จึงมีกองกำลังอาวุธเพื่อขยายเขตงานได้ตามยุทธศาสตร์ชนบทบีบล้อมเมือง

 Image
   “ผมมาเป็นครูที่ตั้งแต่ปีหนึ่งแปด  หลบหนีการคุกคามและยึดอาชีพตามที่ใฝ่ฝัน  รวมถึงการแก้ปัญหาปากท้องของตัวเองด้วย

ผอ. คำรณเริ่มต้นเกริ่นที่มาที่ไปของตนเอง

ตอนเป็นนักศึกษาผมร่วมต่อสู้คัดค้านเผด็จการ  และได้ร่วมขบวนอยู่ในเหตุการณ์สิบสี่ตุลากับเพื่อนๆ  หลังจากจบแล้วก็ยังเคลื่อนไหวต่อทางภาคอีสาน  ถูกสันติบาลติดตามจนรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตัวเองImage

ผอ. เล่าเรื่องราวเหมือนต้องการสื่อว่า  เป็นพวกเดียวกันมาตั้งนานแล้วนะ  อาหารมื้อเที่ยงถูกนำมาเสิร์ฟ  จึงขัดจังหวะการพูดคุยเพียงชั่วขณะ  ระหว่างรับประทานอาหาร ผอ. คำรณ เป็นคนเล่าเรื่องเสียส่วนใหญ่  เนื้อหาใจความพอสรุปได้ว่า  ท่านเองเป็นหนึ่งในผู้พยายามทำหน้าที่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของสังคม  ตามอุดมการณ์เท่าที่เงื่อนไขเอื้ออำนวย

 

ประมาณกลางปี 20 ท.ป.ท. รุ่นที่หนึ่งของฐานที่มั่นภูหินร่องกล้าสิบกว่านาย  ร่วมกับสหายท้องถิ่นอีกจำนวนหนึ่ง  โดยการนำของสหายรณชิต  ได้มาหักร้างถางพงเพื่อทำไร่ข้าว  เป็นการตระเตรียมขยายเขตงานอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งเหล่าผู้บุกเบิกรุ่นนี้  ต้องกินฟักทองแทนข้าวเป็นแรมเดือน  เล่นเอาเนื้อตัวเหลืองเปล่งปลั่งดุจดังสังข์ทอง  จนถึงปลายปีที่ข้าวปลูกไว้เก็บเกี่ยวได้แล้ว  ก็มีสหายใหม่จากภูหินร่องกล้าและเขาค้อมาสมทบอีกจำนวนหนึ่ง  รวมถึงสหายม้งด้วย  ถึงตอนนี้ ทับสี่มีกองกำลังอาวุธประมาณสี่สิบชีวิต  และสหายรณชิตพานักรบใหม่ลงสู่สมรภูมิ  เพื่อเรียนรู้ประการณ์สงครามจรยุทธ์ในต้นปี 2521  ค่ายทหารที่หมู่บ้านขวดน้ำมันคือเป้าหมาย  ผมเป็นหนึ่งในสหายใหม่ที่ได้อยู่หน่วยเดียวกับนักรบคนกล้า  ภาพการยกปืนกลเบาต่อกรกับโอวี 10 โดยไม่หลบอยู่ในที่กำบังของสหายรณชิต  เป็นวีรภาพที่ยังคงติดตาผมมาตราบถึงทุกวันนี้

เสียงปืนแตกเพื่อเปิดม่านเขตงานใหม่  ได้รับชัยชนะจากการรบซุ่มตีที่ไม่ยิ่งใหญ่  แต่เมื่อบวกรวมแบบอย่างความห้าวหาญของสหายรณชิต  ได้สร้างขวัญกำลังใจให้กับนักรบใหม่เป็นอย่างมาก ฝากความฮึกเหิมให้เหล่าสหายลงสู่สายงานมวลชนด้วยความคึกคักสุดขีด

 

สมัยนั้น  ผมถูกทางการเพ่งเล็งเป็นอย่างมาก  ทหารป่าก็ไม่เข้าใจในตัวผม  ชีวิตเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย  ถูกบีบคั้นจากทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ  ครูที่นี่ถูกระเบิดเคโมของคอมมิวนิสต์ตายไปหนึ่งคน  ทิ้งลูกตัวเล็กๆ ให้แม่ของเด็กเลี้ยงดูมาเพียงลำพัง  ผมเองก็ช่วยส่งเสียเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี

ผอ. คำรณ  ย้อนเรื่องราวแต่หนหลัง  สีหน้าและน้ำเสียงยังเหมือนระบายความอัดอั้นในครั้งกระนั้นออกมา  ใช่.....สิ่งที่ ผอ. คำรณพรั่งพรู  มันเป็นเรื่องที่พวกเรารู้ๆ กันอยู่แล้ว  เกมสงครามที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน  ชุมชนใดที่ดันโชคร้ายไปอยู่ในเขตการเคลื่อนไหว  อาจตกเป็นเหยื่อของการช่วงชิงอำนาจรัฐ  ใครช่วยทหารป่าก็ถูกทางการเข่นฆ่าขังคุก  พวกที่เป็นสปายก็ถูกสหายเก็บ  ชาวบ้านถูกบังคับให้เลือกข้าง  ยังเป็นเรื่องยากเย็นแม้อยากจะอยู่อย่างไม่ยุ่งเกี่ยว  ผู้บริสุทธิ์บางรายจึงต้องตายสังเวยความเข้าใจผิด  นอกจากต้องเสี่ยงกับการโดนลูกหลงในแดนสงคราม  ยังถูกโรคไข้ป่าคอยคุกคามด้วย  ชาวบ้านป่าที่นี่ในยุคนั้น  ต้องมีชีวิตอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวนไม่น้อย  และ........ชนผู้ยากไร้ไม่ว่าสมัยใด  ล้วนไม่มีทางเลือกของชีวิตมากนัก

Image 

รณชิตเป็นคอมมิวนิสต์ที่ดังมาก  เขาอยู่ในเขตอำเภอชาติตระการมานาน  เป็นนักรบประเภทดุเดือดเลือดพล่านสู้ไม่ถอย  บู๊แบบเอามัน  ชื่อเสียงของเขาขย่มขวัญข้าศึกได้ไม่น้อย  แต่ก็ถูกหมายหัวเอาไว้ด้วยเช่นกัน

ผอ. คำรณเล่าเรื่องรณชิตราวกับมีความสนิทสนมมากกว่าอดีตสหายอย่างพวกเรา  จนผมอดตั้งคำถามขึ้นในใจไม่ได้  (เป็นคนชอบพูดคำหวานหรือเป็นนักอุดมการณ์กันแน่)  แต่อีกหนึ่งความคิดก็แทรกขึ้นมา  (เป็นอะไรก็ไม่สำคัญ  เพราะมันไม่ก่อผลบวกหรือลบกับใคร)

       “ผมเคยได้พูดคุยกับรณชิต  เขาถึงได้เข้าใจผมดี  จากนั้นมา...มีอะไรที่พอช่วยได้ผมก็พยายาม

Image
       นอกจากพูดถึงความระบือนามของสหายรณชิต
  ผอ. คำรณยังให้ความเป็นกันเองกับพวกเรา  ราวกับเป็นเพื่อนพ้องน้องพี่ก็ไม่ปาน

 

เขตขยายงาน  ความขาดแคลนกลายเป็นปมที่ยุ่งยากอย่างยิ่ง  กลายเป็นสิ่งที่สหายรณชิตต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อแก้ปัญหาอันไม่น่าจะเป็นนี้  ค่ำคืนของวันที่ 13 มิ.ย. 2521 เขากับสหายชัยยะได้ไปตามนัดเพื่อรับข้าวสารที่สั่งซื้อ  ทั้งสองถูกซุ่มและเกิดการปะทะ  สหายรณชิตเสียสละกลางหมู่บ้านขวดน้ำมัน  สหายชัยยะก็ถูกกระสุนแต่หนีออกจากวงซุ่มได้  เขาเสียเลือดมากจนต้องจบชีวิตเช่นกัน  อีกสองวันต่อมา  สหายชาญกับสหายแก้วก็ถูกซุ่มจนเสียสละ  ที่เชิงเขาชายป่าหมู่บ้านลาดเรือ  อันเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน  การสูญเสียในครั้งนั้น  เป็นผลให้ทหารป่าขวัญผวาไม่น้อย  ที่แย่ยิ่งกว่า  คือสหายทั้งสามเสียสละในเขตขาว  ไม่สามารถนำศพกลับมาทำพิธีได้  และไม่รู้ว่า ร่างที่ไร้วิญญาณของเหล่าสหาย  ถูกข้าศึกกระทำมิดีมิร้ายอย่างไรหรือไม่

 Image

อ๋อ......ศพของรณชิต,แก้ว,ชาญ  ทางการเขาทำพิธีทางศาสนาให้แล้ว  นำ ฮ. มารับเอาไปที่วัดในอำเภอชาติตระการ

ผอ. คำรณตอบคำถามที่พวกเราตามหามากว่าสามสิบปี  พร้อมกันนี้ ท่าน ผอ.ได้เรียกภารโรงเข้าพบเพื่อยืนยันคำบอกเล่า  เพราะภารโรงท่านนี้เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้เข้าร่วมพิธีสวดในงานศพ

กว่าหนึ่งชั่วโมงที่ได้พูดคุยกับ ผอ. คำรณ  ท่านเอาแต่เอ่ยชื่นชมวีรกรรมของสหายรณชิต  และให้เครดิตต่อภารกิจของชาวคอมมิวนิสต์ในอดีต  อีกทั้งข้อเฉลยของ ผอ. คำรณ  ทำให้พวกเราผ่านพ้นจากความค้างคาใจ  จากนั้นจึงได้ปรึกษาจนมีข้อสรุปว่า  จะร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้วายชนม์ทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง  ดังที่ได้ดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่  12 มิ.ย. 2553

Image
         เรื่องราวแต่ก่อนเก่าที่เขาเล่าให้ฟังบอกเราว่า
  คุณค่ามิเคยเลือนหายไปกับกาลเวลา  แสงดาวแห่งศรัทธายังพราวพร่างอยู่กลางใจคน  บนหนทางแห่งความหวัง  จึงยังคงมีผู้ก้าวตามหลังสืบต่อเป็นทอดๆ ตลอดกาล

 

ขอคารวะแด่ดวงวิญญาณของผู้อุทิศตนมา ณ ที่นี้ด้วย 

ความคิดเห็นผู้อ่าน
กฎกติกาและข้อตกลงในการเขียนความคิดเห็น
 
1. โปรดงดเว้นข้อความที่หมื่นเหม่สถาบันพระมหากษัตริย์หรือกระทบต่อความมั่นคงแห่งรัฐ
2. ใช้ภาษาที่สุภาพ ไม่ใช้คำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นให้ได้รับความเสียหาย
3. หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใด
4. ความคิดเห็นเป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัวผู้เขียนเอง ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการเว็บไซต์ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฏหมายได้
5. เว็บบ้านสามจังหวัดขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ไม่่สมควรเผยแพร่ โดยไม่จำเป็นต้องชี้แจงเหตุผลใดๆต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ.

  กรุณาล็อกอิน หรือลงทะเบียนเพื่อจะเขียนความคิดเห็น

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 06 ก.ค. 2010 23:19น. )
Copyright 2010 Fo3p.net