|
ผู้อาวุโสเบิกบาน อยู่กับความเสื่อมโดยไม่ทุกข์ทรมาน กลุ่มเพื่อนสามจังหวัด กล่าวได้ว่าเป็นสังคม-ชุมชนผู้สูงอายุแล้ว ใช่ไหม ? เช่นนั้น จะทำให้เป็นชุมชนของผู้อาวุโส ได้อย่างไร ?
อยู่กับความเสื่อมโดยไม่ทุกข์ทรมาน

ครัวเรือนสามวัยคือบ้านที่มีปู่ย่าตายยาย พ่อแม่ และลูกหลานอยู่ร่วมกัน อดีตแต่เดิมเป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมโดดเด่นของชาวตะวันออก พบเห็นได้ทั่วไป ส่วนโลกตะวันตกนั้นไม่มีครอบครัวใหญ่อันอบอุ่นมานานแล้ว
สี่ห้าทศวรรษมานี้ครัวเรือนสามวัยค่อยๆ ลดหาย กลายเป็นครัวเรือนเดี่ยวเพิ่มมากขึ้นๆ สาเหตุคงเพราะคนแต่งงานน้อยลงหรือแต่งแล้วก็หย่าร้างกันง่าย หนุ่มสาวนิยมแยกบ้านไปอยู่ตามลำพัง วิถีที่มาพร้อมกับความเจริญทางวัตถุ การพัฒนาตามโลกตะวันตก เปลี่ยนสังคมเกษตรกรรมเป็นอุตสาหกรรม-บริการ
พร้อมกับการลดหายของครัวเรือนสามวัย ผู้สูงอายุที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายกลายเป็นปัญหาใหญ่ ประกอบกับจำนวนผู้สูงอายุในสังคมทวีมากขึ้น ด้วยคุมกำเนิดจนเด็กเกิดน้อยลง(ไม่มีโอกาสเกิด) และระบบสาธารณสุขก็ดีกว่าแต่ก่อน เลยคนแก่ง่ายตายช้าเต็มบ้านเต็มเมือง
“ผู้สูงอายุ” เป็นการเรียกโดยเอาอายุเป็นเกณฑ์ คือ 60 ปีขึ้นไป
“คนชรา” หรือ “คนแก่” เรียกโดยดูจากสภาพทางร่างกาย ที่เสื่อมถอยด้อยกำลังวังชา
“ผู้อาวุโส” เรียกอย่างยกย่อง ผู้มากวัยอย่างมากประสบการณ์ เป็นที่พึ่งทางปัญญาให้กับลูกหลานได้
ผู้เข้าเกณฑ์ผู้สูงอายุควรเริ่มใคร่ครวญ จะปล่อยตัวหมดสภาพกลายเป็นผู้ชราภาพสร้างภาระให้ลูกหลาน หรือจะทำตัวให้ลูกหลานยังพึ่งพาได้ในฐานะผู้อาวุโสของครอบครัว
หากยิ่งแก่ยิ่งเรียกร้องความสนใจ เร่อร่าล้าสมัย ไม่รู้จักปรับแนวคิด ค่านิยมให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ชอบเก็บตัวตามลำพัง วันๆ นั่งๆ นอนๆ ฆ่าเวลาไปเปล่าๆ ใครเข้าลักษณะนี้ ระวังจะแก่แล้วแก่เลย เรียกร้องความสนใจเท่าไรก็ไร้ผล
อย่างไรก็ตาม เป็นธรรมดาที่เมื่อสูงอายุแล้วก็ต้องลดบทบาทในทางการงานอาชีพ ทำชีวิตให้ช้าลง นิ่งขึ้น ใช้เวลาที่เหลืออย่างมีความสุขที่แท้จริง จากการใส่ใจสุขภาพทั้งกาย-จิต ลดโลภโกรธหลง ลดความฉุนเฉียวแค้นเคืองดึงดัน ลดอคติ มองโลกมองชีวิตในมุมที่สงบและสวยงามกว่าแต่ก่อน ... เลือกที่จะมองมุมนี้บ้าง
ถึงโลกจะร้าย สังคมจะอยุติธรรม มันก็เป็นเช่นเดียวกับความเสื่อมนาๆ ประการที่เกิดกับสังขารของคน มันเป็นกฎธรรมชาติ สิ่งที่เราทำได้คือประคองดูแล อยู่กับความเสื่อมโดยไม่ทุกข์ทรมาน และไม่ใช่การหันหลังปลีกหนีจากปัญหา แต่ด้วยการเผชิญหน้าอย่างยอมรับความจริงว่า เวลาของเรามีจำกัด ชีวิตนี้เป็นแค่สิ่งชั่วคราว
ตอนเด็กอาจไร้เดียงสา จึงพอใจกับการแก้ปัญหาแบบพายเรือวนในอ่าง แต่ในวันที่ใกล้จะลาโรงแล้วเช่นนี้ ถ้ายังเต้นรำไหวก็ควรเลือกที่จะเต้นจังหวะเดียวกันกับธรรมชาติ โดยเรียนรู้จังหวะของธรรมชาติให้ดี ทำให้ก้าวแต่ละก้าวจะเป็นซ้ายหรือขวาก็ไม่ฝืนผิดจังหวะ ... สง่างามสมวัย
กลุ่มเพื่อนสามจังหวัด กล่าวได้ว่าเป็นสังคม-ชุมชนผู้สูงอายุแล้ว ใช่ไหม ? เช่นนั้น จะทำให้เป็นชุมชนของผู้อาวุโส ได้อย่างไร ?
เชิญชวนช่วยกันพิจารณา ด้วยมิตรไมตรีที่มีต่อมิตรสหายทุกคน |
กฎกติกาและข้อตกลงในการเขียนความคิดเห็น 1. โปรดงดเว้นข้อความที่หมื่นเหม่สถาบันพระมหากษัตริย์หรือกระทบต่อความมั่นคงแห่งรัฐ 2. ใช้ภาษาที่สุภาพ ไม่ใช้คำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นให้ได้รับความเสียหาย 3. หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใด 4. ความคิดเห็นเป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัวผู้เขียนเอง ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการเว็บไซต์ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฏหมายได้ 5. เว็บบ้านสามจังหวัดขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ไม่่สมควรเผยแพร่ โดยไม่จำเป็นต้องชี้แจงเหตุผลใดๆต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ.
| 1). เสนอโดย dalha :: 12 ก.ค. 2010 19:58น. ครัวเรือนสามวัยอย่างที่คุณป๋อว่า เราคงไม่อาจเรียกร้องสภาพนั้นหวนคืนมาได้อีก เพราะสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปมากและเร็วเหลือเกิน ผู้คนก็ขาดการเรียนรู้ ขาดการปรับตัวเป็นอย่างมาก สังคมสมัยก่อนเป็นสังคมที่เน้นผู้อาวุโสเป็นใหญ่และถูกเสมอ พอรุ่นเยาว์เติบใหญ่ขึ้นมา ก็เป็นธรรมดาที่อยากเป็นอิสระ บวกกับความบีบคั้นในการทำมาหากิน ทำให้คนแก่กลายเป็นภาระที่คนรุ่นหลังออกจะรังเกียจ การจะเอาแต่เรียกร้องให้ลูกหลานกตัญญู คงไม่อาจดึงให้เขามาอยู่ใกล้ตัวได้ คุณค่าของคนแก่ น่าจะเป็นประสพการณ์ วิธีคิดที่มีเหตุผล ทันสมัยเสมอ และมีเมตตา ความเข้าใจต่อคนรุ่นลูกหลานเสมอ ซึ่งก็คงไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ เป็นข้อที่เตือนเราได้เสมอว่าแก่เพียงใด เราก็ยังต้องเรียนรู้ เข้าใจโลกเสมอ ข้อสำคัญ ดูแลสุขภาพ ระวังให้เป็นภาระแก่ลูกหลานน้อยที่สุด(ไม่เป็นภาระเลย ก็ยิ่งดี) ข้อสุดท้าย วางแผนการเงินให้วัยชรา มีรายได้ของตัวเองเพียงพอแก่การยังชีพ มากน้อยตามฐานะ อย่าต้องยื่นมือขอหรือพึ่งพาลูกหลานทุกๆอย่าง ยากนะ ที่จะเต้นได้ถูกจังหวะ เพราะมุมมอง จุดยืน มันก็แตกต่างกันอีก ตัวเราเองอาจจะมองว่าน่าจะเต้นจังหวะนี้ เพื่อนอาจจะมองว่าเต้นผิดจังหวะก็ได้ ก็คงต้องแล้วแต่ความคิด อาจจะเป็นกาลเวลาก็ได้ ที่จะบอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร
|
กรุณาล็อกอิน หรือลงทะเบียนเพื่อจะเขียนความคิดเห็น |