1). เสนอโดย luplae :: 28 ก.ค. 2010 06:34น. เย่........ท่านดอยกลับมาแล้ว ท่านดอยไม่อยู่เว็บเราเหงียบเหงาไปเยอะ เชอะ...น่าอิจฉามีแต่คนบ่นคิดถึง หลายวันไปอยู่ที่สูงถึงบนดอย ได้ไปหาสอยดาวมาหรือเปล่า อย่างท่านดอยคงไม่ต้องใช้เครื่องมือไปหาสอยดาว แค่เอื้อมมือยาวๆ เท่าแม่นาคพระโขนงก็คงคว้าถึง ว่าแต่ที่ไปตั้งนาน ไปควานหาสอยดาวมาได้กี่คน เอ้ย....กี่ดวง เดาว่า ท่านดอยต้องเก็บ?แสงดาวแห่งศรัทธา?มาฝากป้าดาหลาด้วยแหงเลย ลุงรู้นะว่า ช่วงที่ท่านดอยอยู่บนภูสูง พระจันทร์ตรงกับวันเพ็ญพอดี แล้วนี่เก็บ?เดือนเพ็ญ?มาฝากกันบ้างหรือเปล่า เพราะมันเข้าได้กับคนโรแมนแคธอริกอย่างลุงมากเลย ลุงลับแลคิดถึงท่านดอยมาก อยากให้ท่านดอยกลับมาโดยเร็ว หน้าจอของเว็บเราจะได้มีเรื่องใหม่ๆ เข้ามา เพื่อนๆ จะได้หายว้าเหว่จ้า มีเพื่อนสมาชิกบอกท่านดอยเหมือน จางซือเต๋อ ไม่รู้บ้ายอหรือเปล่าเนี่ย กลับมาดึกๆ ดื่นๆ ก็ยังอุตส่าห์หาเรื่องมาลง เจ๋งจริงๆ คิดถึงบ้าง นินทาบ้าง อะไรบ้าง.....อย่างนี้แหละ แหะ แหะ.........
|
2). เสนอโดย dalha :: 28 ก.ค. 2010 10:02น. ขอต้อนรับท่านดอยกลับมาสู่ภารกิจอันศักดื์สิทธิ์(ป้อนข้อมูล เสมือนป้อนอาหารทางปัญญา) ว่าแต่รับมาซะดีๆ ว่าหลบไปหมั้นสาวหรือไปแต่งสาวมา ฮึ??? คุณบุญส่งเมื่อหนุ่มๆ เป็นชายรูปงามคนหนึ่ง การไปอยู่ประเทศรัฐสวัสดิการอย่างสวีเดน ทำให้ได้เห็นว่าประเทศที่เขาจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบได้ ชีวิตของเขาก็สงบและเป็นสุข การไม่มีส่วนโรมรันพันตูกับสองข้าง ก็อาจจะมีคนฟังคุณบุญส่งอยู่บ้าง กลัวแต่จะเป็นการฟังเพื่อการดึงเป็นพวกเท่านั้นนะสิ แล้วจะงงว่าคนไทย(โดยเฉพาะคนไทยที่เคยเรียกขานกันว่า สหาย)แตกแยกร้าวลึกได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ ว่าแต่คนอยู่ในประเทศมานานจนเซ็งกับสังคมไทยที่พายเรืออยู่ในอ่าง ชักอยากไปดูประเทศอื่นมั่ง ไม่มีทุนรอน ความรู้พอ เอาแค่ไปลาว น่าจะพอไหวเนอะ ถ้าคนที่พ่อหมายมั่นปั้นมือให้เป็นนายก(น.) ได้ขึ้นเป็นเมื่อไหร่ คงได้ไปทำใจแน่ ปล่อยให้ล่อกันให้สนุก
|
3). เสนอโดย doy :: 28 ก.ค. 2010 19:13น. กราบเรียนท่านลุงลับแล ท่านป้าดาหลา ที่คิดถึง แหะ แหะ !! หนุมดอยขึ้นดอยเที่ยวนี้ ไปเก็บตะวัน ไปค้นฟ้าคว้าดาว ไปสอยดาวสาวเดือน อย่างที่ท่านลุงท่านป้าว่านั่นแหละ แต่ดันใส่แว่นตาดำ ที่ไหนได้ มองเห็นแต่แสงดับ..แสงดับ ไม่เห็นดาวเห็นเดือน สุดท้ายคว้าน้ำเหลวลงดอย ต้องให้ท่านลุงท่านป้า ช่วยหา พริ้งๆ ให้สักดวงเด๊อ !! เมื่อคว้าดาวไม่ได้ ได้แต่ใบบัวบกติดมือมา นึกแล้วก็ช้ำอุรา หลังกลับจากเยี่ยมบ้าน เลยนั่ง บขส.ไปยังริมน้ำโขง (ไปจริ๊ง จริง บ่ได้ตั๊วะ ท่านลุงเด้อ)เพราะนึกถึงความหลังตอนเด็กเล็ก พ่อแม่ให้ไปอยู่ริมโขงระยะหนึ่ง และคิดถึงป้าดาหลาด้วย จึงพกความขมขื่นที่แบกไว้ เอาไปทิ้งแม่โขง ให้มันไหลลง ไหลลง ทะเล เบื่อความรัก จากคนร้อยเล่ห์ เล่ห์ลวงลึกกว่าทะเล สุดคาดคะเน สุดนับคณา .....แม้ความเจ็บปวด เหมือนกรวดทราย ถมทิ้งลงไปแม่โขงทั้งสายคงกลายเขินตื้น ถ้าความเจ็บช้ำ เป็นน้ำก็คงท่วมพื้น รสชาติบาดแผลขมขื่น แม่โขงช่วยกลืนให้ไกลแสนไกล.... ท่านป้าจ๋า เจอกันวันประชุมใหญ่นะจ๊ะ
|