สิทธิและสมานฉันท์  ในสังคมหลากสี
บุคคลสำคัญของประเทศไทยท่านหนึ่งได้เคยเขียนบทความที่สะท้อนความเรียกร้องความต้องการพื้นฐานของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ หวังจะให้บ้านเมืองที่ท่านอาศัยอยู่จะต้องมีขื่อแปไม่มีการข่มขู่กดขี่หรือประทุษร้ายกัน
นามของท่านคือ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ท่านเป็นนักประชาธิปไตยที่รักในเสรีภาพของประชาชน และเป็นนักอุดมคติที่ยึดมั่นในสันติประชาธรรม มีความหวังอยากให้ประเทศไทยมีความเป็นธรรมและมีความเป็นอยู่อย่างเท่าเทียม เพื่อนำสังคมไปสู่สันติประชาธรรม ท่านยึดหลัก 2 ประการในการดำเนินชีวิตทั้งในด้านส่วนตัวและต่อหน้าที่การงานในฐานะข้าราชการมาโดยตลอด ซึ่งก็คือ 'ความซื่อสัตย์และมีสัจจะ'
อาจารย์ป๋วยได้ฝากข้อเขียนไว้ในเอกสารความยาวเพียง 2 หน้ากระดาษในชื่อ 'คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวังจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน' เกือบจะเป็นอุดมคติฝากไว้ให้แก่ผู้ที่คิดจะเข้ามาทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง โดยสรุปเป็นแนวคิด 'ประชาธรรม' บนพื้นฐาน 'สันติวิธี' ไว้ดังนี้
"ถ้ายึดมั่นในหลักประชาธรรมแล้ว ไม่มีวิธีอื่นใดเพื่อได้มาซึ่งประชาธรรม นอกจากสันติวิธี การใช้อาวุธขู่เข็ญประหัตประหารกันเพื่อประชาธรรมนั้น แม้จะสำเร็จ อาจจะได้ผลก็เพียงชั่วครู่ชั่วยาม จะไม่ได้ประชาธรรมถาวร เมื่อฝ่ายหนึ่งใช้อาวุธแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งแพ้ก็ย่อมคิดใช้อาวุธโต้ตอบ เมื่ออาวุธปะทะกันแล้ว จะรักษาประชาธรรมไว้ได้อย่างไร สันติวิธีเพื่อประชาธรรมนั้น เมื่อใช้กับฝ่ายที่มีอาวุธ ก็ไม่แน่ว่าจะกระทำได้สำเร็จ และแม้จะสำเร็จ ก็๋ต้องใช้เวลานาน เช่น มหาตมคานธี ใช้กับอังกฤษ ต้องระกำลำบาก ต้องมาะอดทนเด็ดเดี่ยว ต้องอาศัยความกล้าหาญมากกว่าผู้ที่ใช้อาวุธ เพราะว่ามือเปล่าต้องเผชิญกับอาวุธ"
และในวาระที่ครบรอบ 11 ปี แห่งการจากไปของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ทางป๋วยเสวนาคาร ซึ่งเป็นพื้นที่เสมือนหนึ่งของการเริ่มต้นหนทางของคนรุ่นหนุ่มสาวกลุ่มเล็กๆ ที่มีความฝันและหวังอย่างแท้จริงที่จะเห็นสังคมซึ่งเขาและเธอได้พึ่งพิงอิงอาศัยอยู่ ให้มีความเจริญงอกงามในทางการแสดงออกของความคิดเห็น และการปฏิบัติ เพื่อสังคมที่ดีงามร่วมกัน บนพื้นฐานที่แตกต่างและหลากหลาย ได้จัดให้เกิดวงเสวนาเพื่อนั่งพูดคุยกันถึงสถานการณ์สังคมในปัจจุบัน ค้นหาความหมายของสิทธิมนุษยชน และสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมให้เป็นจริง บนพื้นฐานของความดี ความจริง ความงาม ในหัวข้อ 'สิทธิมนุษยชนและความสมานฉันท์' ซึ่งถือเป็นกุญแจอันสำคัญในการสร้างสรรค์สันติภาพได้ ย่อมสามารถก่อให้เกิดขึ้นได้ซึ่งวัฒนธรรมแห่งความสัตย์ แห่งการให้อภัย และความร่วมมือซึ่งกันได้อย่างแท้จริง
นิพนธ์ แจ่มดวง กรรมการป๋วยเสวนาคาร บอกรายละเอียดการจัดงานครั้งนี้ให้ฟังว่า "เราต้องการสรัางเวทีให้คนรุ่นใหม่ในสังคมได้มาแสดงทัศนะความคิดของตนในประเด็นที่จะนำสังคมไปสู่ความหมายที่แท้จริงของความเป็นธรรมในสังคม โดยไม่ต้องการให้คนที่มีอำนาจในสังคมส่วนใหญ่เป็นเหมือนดังที่ตอลสตอย (Leo Tolstoy) พูดว่า "ฉันนั่งอยู่บนหลังคน ฉันกระตุ้นและเร่งเร้าให้เขาแบกฉันไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ฉันบอกแก่ตัวเองและคนทั้งหลายว่า ฉันเสียใจที่เขาต้องมาแบกฉันไว้และฉันจะพยายามช่วยให้เขาต้องรับน้ำหนักน้อยที่สุด โดยจะยอมทำทุกอย่างเว้นแต่จะไม่ลงจากหลังของเขาเท่านั้น"
กิจกรรมเสวนาครั้งนี้ได้เชิญวิทยากรซึ่งเป็นผลผลิตของบุคคลที่ต้องการให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีงามตามแนวความคิดและความมุ่งมั่นบนรากฐานประชาธิปไตย อาทิ
น.พ.สลักธรรม โตจิราการ แพทยศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นคนธรรมดาที่สนใจการเมือง ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่คุณพ่อคุณแม่ได้ทำกิจกรรมทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน มีความคิดเห็นในด้านสิทธิทางการเมืองของตนเองกับอาชีพที่เป็นอยู่
แสงธรรม ชุนชฎาธาร ประธานกลุ่มเยาวชนสาธิตมัฆวาน เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายคนรุ่นใหม่ไม่ทิ้งประเทศชาติ ปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินรายการ 'รู้ทันประเทศไทย' ออกอากาศท่าง ASTV
วิจักขณ์ พานิช คนหนุ่มไฟแรงที่มีแรงบันดาลใจในเรื่องของการเรียนรู้ด้านในและวิถีพุทธธรรมในโลกสมัยใหม่
ตุลย์ ไวทูรเกียรติ กวีหนุ่มและนักร้องนำของวงดนตรีขวัญใจวัยรุ่น 'อพาร์ตเม้นท์คุณป้า' ผู้เขียนบทกวีในรวมบทกวีเล่มเล็กกะทัดรัด 'ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ' เขามีมุมมองสะท้อนต่อการเมืองออกมาเป็นบทกวีที่ย้อนแย้งซับซ้อนไม่น้อยกว่าเพลงทีมีชื่อเดียวกับหนังสือรวมบทกวีเล่มนั้น
ทั้ง 4 คนจะมาร่วมแสดงความคิดเห็นในงานรำลึกอาจารย์ป๋วยครั้งนี้ โดยมี ณาตยา แวววีรคุปต์ นักข่าวสาว TPBS มาเป็นผู้ดำเนินรายการ ร่วมค้นหาความเป็นไปได้ของการเกิดความปรองดองในสังคมไทย
การเสวนา 'สิทธิมนุษยชนและความสมานฉันท์' จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2553 นี้ เวลา 14.00-17.30 น. ณ ป๋วยเสวนาคาร ฝั่งโรงเรียนพุทธมามกะ ชั้น 2 วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร ถนนทรงวาด เยาวราช กรุงเทพฯ สอบถามการเดินทางได้ที่โทรศัพท์ 086-777-9692, 086-012-9690, 02-438-9331-2 หรือดู www.snf.or.th , www.semsikkha.org
|